โลโฟเทน : เกาะสวรรค์ และแสงเหนือแห่งนอร์เวย์



โลโฟเทน : เกาะสวรรค์ และแสงเหนือแห่งนอร์เวย์

ทุกวันนี้โลกเราถูกย่อลงให้เล็กไปมากจากแต่ยุคก่อน ๆ ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีต่าง ๆ แต่ในขณะเดียวกันโลกเราก็ยังมีอะไรต่อมากมายที่เราอาจจะยังแค่เคยรับรู้เคยเห็นแต่ยังไม่เคยสัมผัสด้วยตาตนเอง แน่นอนว่าหลายต่อหลายที่บนโลกนี้ล้วนมีอะไรแตกต่างกันไปตามภาคพื้นของโลกส่งผลให้เกิดความสวยงามทางธรรมชาติอันหลากหลาย และสิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นที่นิยมเสมอมาก็คือการเดินทางไปชมแสงเหนือแสงออโรร่าสีเขียวที่พร้อมจะสะกดทุกสายตาให้ไม่ต้องกระพริบกันเลย.. ซึ่งหากเป็นเมื่อก่อนคนที่จะไปเห็นนั้นถือว่ามีน้อย แต่ทุกวันนี้อะไร ๆ ก็สะดวกทำให้การเดินทางไปตามล่าแสงเหนือนั้นเป็นเรื่องง่ายดายกว่าเดิมมาก ..ซึ่งเรา Apollo Overseas Tour ก็มีโปรแกรมเดินทางสวย ๆ ที่ไม่ได้มีเพียงแค่แสงเหนือมาเป็นไฮไลท์ แต่เป็นการพาทุกท่านไปชื่นชมความงามของ เกาะโลโฟเทน ประเทศนอร์เวย์ กันแบบเต็ม ๆ ซึ่งเรามาทำความรู้จักถึงสถานที่ต่าง ๆ คร่าว ๆ กันพอประมาณหนึ่งก่อนเดินทางไปด้วยกันเลยครับ

Tromso(ทรอมโซ) : เริ่มต้นกันที่เมืองแรกกับเมืองทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ เมืองนี้เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีความเจริญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความสวยงามด้านภูมิทัศน์เลยแม้แต่น้อย เมืองทรอมโซนั้นได้ชื่อว่าเป็นประตู่สู่ดินแดนอาร์กติกด้วยความที่เป็นเมืองใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือของประเทศ และมีระยะทางอยู่ห่างจากเส้นอาร์กติกไปทางเหนือเพียง 350 กม.เท่านั้น ไฮไลท์ของที่นี่สำหรับนักท่องเที่ยวก็คือเป็นที่ที่เราสามารถชมความงดงามปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่างแสงเหนือ และพระอาทิตย์เที่ยงคืนได้ ณ พื้นที่แถบนี้ ดังนั้นที่นี่จึงเป็นเมืองยอดนิยมของนักเดินทางอีกหนึ่งแห่งของนอร์เวย์เลยก็ว่าได้ บรรยากาศโดยรวม ๆ ของเมืองทรอมโซนั้นรายล้อมไปด้วยภูเขาที่มองแล้วให้รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่รอบ ๆ ตัวเราอยู่ตลอดเวลาที่อยู่ในเมืองนี้ .. นักเดินทางที่มาเที่ยวที่นี่กิจกรรมหลัก ๆ ก็คงไม่พ้นการเดินเล่นบริเวณตัวเมืองชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ทั้งบ้านเรือนอาคารบ้านไม้เก่าแก่ที่มีสีสันสดใสฉูดฉาดสะดุดตา และอีกสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเก็บภาพกลับไปก็คือ Arctic Cathedral มหาวิหารอาร์กติก มหาวิหารที่สร้างขึ้นในรูปแบบของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ และที่จะพลาดไม่ได้เลยสำหรับการชมตัวเมืองแบบกว้าง ๆ ก็คือการนั่งเคเบิลคาร์ขึ้นสู่ 
ยอดเขาสโตรสไตเนิน (Storsteinen Mountain) ยอดเขาสูงที่เป็นจุดชมวิวที่จะทำให้เราได้เห็นเมืองทรอมโซแบบกว้าง ๆ ชัด ๆ ทั้งบริเวณตัวเมือง อ่าวท่าเรือ ทะเล และภูเขา


มาถึงดินแดนแห่งความเหน็บหนาวการจะทำกิจกรรมอะไรสักอย่างก็ต้องให้เข้ากับสภาพอากาศความเป็นอยู่สักหน่อย และนี่คืออีกหนึ่งกิจกรรมที่จะสร้างสีสันความสนุกสนานให้กับเราได้ไม่แพ้กิจกรรมไหน ๆ ก็คือการนั่งแล้วให้สุนัขลากเลื่อนที่ Husky Farm เชื่อเลยว่าด้วยสภาพอากาศ วิวทิวทัศน์ และความน่ารักของเหล่าสุนัขที่ทรงพลังเหล่านี้จะไม่ทำให้เราผิดหวังแน่่นอน จากนั้นก็ไปต่อกันที่การขับขี่รถสโนว์โมบิลท่ามกลางดินแดนหิมะสีขาวที่จะกระตุ้นต่อมความสนุก รอยยิ้มให้ตัวเรากับวันพักผ่อนวันแห่งความสุขที่มีอากาศดี ๆ เย็น ๆ อยู่รอบ ๆ ตัว
Narvik(นาร์วิค) : อีกหนึ่งเมืองงดงามทางตอนเหนือของนอร์เวย์ที่มีสภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยภูเขา ชื่อเสียงของเมืองนี้สำหรับฤดูหนาวที่หิมะโปรยปรายก็คือการเล่นสกีที่นักท่องเที่ยวนักเดินทางทั้งจากประเทศอื่น ๆ หรือแม้แต่ชาวนอร์เวย์ด้วยกันเองก็นิยมมาพักผ่อนเล่นสกีที่นี่กันเยอะ ซึ่งความโดดเด่นก็ไม่ได้มีแค่เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านสกี แต่ที่นี่ยังมีแนวชายฝั่งฟยอร์ด และเป็นอีกจุดที่สามารถหาชมแสงเหนือได้ด้วย



Sortland(ซอร์ทแลนด์) : มานอร์เวย์นั้นไม่ได้มีดีแค่แสงเหนือ หิมะ ภูเขา ทะเล เท่านั้นเพราะนอกจากเราจะได้ชมสัตว์ป่าที่เมืองบาร์ดูด้วยแล้ว หากใครที่เดินมาที่เมืองซอร์ทเแลนด์ก็ยังจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชนเผ่าโบราณที่ดำรงชีพกันมาตั้งแต่ในสมัยอดีต ชนเผ่าที่ว่านี้ก็คือ เผ่าซามิ(Sami) ที่เราจะได้เรียนรู้วิธีการเลี้ยงสัตว์อย่างกวางเรนเดียร์ กวางที่มีเขาสวยงามที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ในการ์ตูน แต่เมื่อเดินทางมาถึงนอร์เวย์นั้นเราจะได้เห็นกันตัวเป็น ๆ ชนิดที่ว่าเราสามารถป้อนอาหารให้กวางด้วยยังได้

Svolvaer(สโวลแวร์) : ความงามของเมืองแต่ละเมืองบนเกาะโลโฟเทนนั้นแม้ว่าส่วนใหญ่จะหนีไม่พ้นภูเขา และทะเลแต่ความสวยงามนั้นก็แตกต่างกันไป และนี่ก็คืออีกเมืองหนึ่งที่เราสามารถออกไปล่าชมแสงเหนือยามค่ำคืนได้อีกแห่ง เมืองสโวลแวร์เป็นเมืองในเขตนอร์ดแลนด์ Nordland เป็นเมืองหน้าด่านของเกาะโลโฟเทน มีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายรูปมากมาย ทัศนียภาพรอบ ๆ เมืองรวมทั้งสองข้างทางนั้นบอกได้คำเดียวว่าสวยงามมาก ที่สโวลแวร์มียังมีไฮไลท์หนึ่งก็คือ Lofotr Viking Museum พิพิธภัณฑ์ไวกิ้งเนื่องจากบริเวณหมู่เกาะโลโฟเทนนั้นได้มีการค้นพบว่าเป็นที่ตั้งของชาวไวกิ้งในสมัยอดีต ดังนั้นที่จึงได้มีการเก็บเรื่องราวหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่หากเดินทางมาแล้วก็น่ามาเรียนรู้เพิ่มเติมประสบการณ์สักหน่อยก็จะดีไม่น้อย

Hamnoy(แฮมนอย) : ความโดดเด่นทั่วไปที่เราพบเห็นได้ตามเมืองที่เป็นเกาะ หรือติดชายฝั่งก็คือบรรยากาศริมฝั่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบ้านเรือนต่าง ๆ ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีหน้าตาแตกต่างกันไป และนี่ก็เช่นกันกับหมู่บ้านประมงสีสวยเด่นที่มีฉากหน้าคือแนวโขดหินริมฝั่งรอจังหวะคลื่นซัดสวย ๆ เก็บภาพที่มีฉากหลังคือภูเขาลูกขนาดย่อม ๆ เป็นแบ๊คกราวด์ สวยงามทั้งในช่วงเวลาระหว่างวันหรือใครจะหามุมสวย ๆ เล็งไว้รอถ่ายรูปตอนแสงเหนือปรากฏก็เป็นอีกทางที่จะทำให้ภาพเราสวย และดูมีเสน่ห์แบบไม่มีใครเหมือนได้เช่นกัน


Reine : มาต่อกันที่หมู่บ้าน Reine ที่ว่ากันว่าเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ที่สุดในนอร์เวย์ และนอกจากเก่าสุดแล้วยังบอกต่ออีกว่าสวยงามที่สุดด้วยเพราะนอกเหนือไปจากวิถีชีวิตของชุมชนนี้แล้ว ธรรมชาติอย่างภูเขา ทะเลนั้นล้วนสวยงามบริสุทธิ์สะอาดสร้างความภูมิใจให้กับคนที่หมู่บ้านนี้ และสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวทั้งหลาย .. หมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้มีบ้านเรือนอยู่ด้วยกันเป็นจำนวนมาก ความสวยงามของที่นี่ที่พร้อมให้ทุกคนได้พบเห็นก็คือภูมิประเทศที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขา และฟยอร์ด รวมไปถึงตัวบ้านไม้ชาวประมงที่สร้างไว้อย่างลงตัวกับสภาพแวดล้อมบริเวณนี้.. ส่วนการเดินทางไปมานั้นเราจะผ่านถนนเส้นเล็ก ๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างเกาะเล็กเกาะน้อยข้ามสะพานต่าง ๆ จนถึงที่หมายของแต่ละคนจากนั้นก็เดินเล่นสัมผัสบรรยากาศกันยาว ๆ ตามแพลน ดังนั้นที่นี่นอกจากจะเป็นที่เที่ยวแล้วหลายต่อหลายคนก็เลือกให้ที่นี่เป็นที่พักผ่อนค้างคืนกันด้วย เพื่อความสะดวกสำหรับการชมความงดงามทั้งตอนกลางคืนรอชมแสงเหนือ และยามเช้าที่สดใส

Bodo : เมืองที่มีสมญานามว่า ฟยอร์ดแห่งนอร์เวย์ โดยการที่เราจะมาเมืองโบโดนั้นเส้นทางที่จะมาได้ก็มีทั้งเครื่องบิน และนั่งเรือเฟอร์รี่ ก็อยู่ที่ว่าเราจะเลือกแบบไหนเครื่องบินก็เร็วประหยัดเวลา แต่ก็ไม่ได้สัมผัสบรรยากาศในการเดินทางชมวิวสักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากนั่งเรือเราก็จะได้มีเวลาเก็บเกี่ยวสัมผัสธรรมชาติระหว่างที่เรือแล่นไปได้นานกว่าก็แล้วแต่ว่าใครจะเลือกแบบไหน เมืองโบโดเป็นเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือของอาร์กติกเซอร์เคิล และยังเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตทางตอนเหนือของนอร์เวย์.. เมืองโบโดเป็นเมืองที่มีความสำคัญอีกเมืองหนึ่งทางด้านการท่องเที่ยวด้วยความที่เป็นเมืองค่อนข้างทันสมัย จึงทำให้มีสถาปัตยกรรมสมัยใหม่อยู่ให้นักท่องเที่ยวได้แวะเที่ยวแวะชม แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังคงไว้เป็นอาคารบ้านเรือนเก่าแก่บางพื้นที่ ..ความหลากหลายของเมืองโบโดมีด้วยกันมากมายหลายอย่างนอกจากนี้ในช่วงกลางปีก็ยังเป็นอีกช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเพราะที่นี่เป็นอีกจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนได้อย่างชัดเจน

Oslo : มาถึงเมืองหลวงแห่งนอร์เวย์กันที่เมืองออสโล เมืองสวยในฝันอีกแห่งดินแดนสแกนดิเนเวีย เป็นเมืองที่อยู่ในเขตชายฝั่งทะเลแบบฟยอร์ดของยุโรปตอนเหนือ บรรยากาศของออสโลก็จะเต็มไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยที่มีอยู่มากมาย เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติทั้งทะเลและผืนป่า นอกจากนั้นยังเป็นเมืองที่เปี่ยมไปด้วยความหลากหลายทั้งศูนย์การค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ตึกรามบ้านช่องอาคารต่าง ๆ พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ โรงละคร จนได้ชื่อว่าเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีการเติบโตเร็วมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บวกกับความเป็นศูนย์กลางทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา การเงิน และการท่องเที่ยวที่ทำให้เมืองหลวงนี้มีความคึกคักแตกต่างไปจากเมืองอื่น ๆ แต่ก็ยังเปี่ยมด้วยความสวยงามทั้งธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมต่าง ๆ มากมาย.. เรียกว่าใครจะเปิดประเดิมโปรแกรมนอร์เวย์ด้วยเมืองออสโล หรือจะปิดท้ายด้วยออสโลก็ได้ทั้งคู่.. แต่จะอย่างไรแล้ว หากเป็นการเดินทางกับ Apollo Overseas Tour รับประกันได้ว่าต้องมีอะไรดี และมีอะไรที่น่าประทับใจกลับไปเป็นความทรงจำดี ๆ แน่นอน..