เที่ยวไปรักไป : Swiss In Love



เที่ยวไปรักไป : Swiss In Love

เอ่ยชื่อ สวิตเซอร์แลนด์ แล้วนึกถึงอะไรกัน.. นาฬิกา ภูเขา หิมะ ช๊อกโกแลต หรือ โรเจอร์ เฟเดอร์เรอร์.. จะอะไรก็แล้วแต่ผ่านมากี่ปี ๆ นี่คืออีกประเทศที่คนไทยเราให้ความสนใจ และอยากเดินทางไปอยู่เสมอ ๆ ด้วยทัศนียภาพ วิวทิวทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ บวกกับความโรแมนติคของบรรยากาศจากสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ต่าง ๆ มากมายหลายแห่ง จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมที่นี่ยังคงติดอันดับประเทศที่น่าอยู่ และมีผู้คนอยากเดินทางไปสัมผัสมากที่สุดอีกประเทศหนึ่งบนโลกใบนี้
และแน่นอนว่า Apollo Overseas Tour เราเองก็มีโปรแกรมเดินทางมาที่สวิตเซอร์แลนด์นี้ด้วย ซึ่งสถานที่ที่จะแนะนำต่อไปนี้เป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่เรามีใจัดให้รวมอยู่ในทริปโปรแกรม โดยการเดินทางจริง ๆ นั้นจะมีเส้นทาง และสถานที่มากกว่านี้ ส่วนอันนี้เพียงแค่น้ำจิ้มกระตุ้นเล็กน้อยเพียงเท่านั้น ว่าแล้วไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปดูกันว่ามีที่ไหนกันบ้าง

LUGANO : เริ่มต้นกันที่เมืองทางตอนใต้ของสวิตเซอร์แลนด์กันที่นี่กับเมืองลูกาโน ที่อยู่ติดกันกับประเทศอิตาลี ที่นี่คืออีกเมืองที่นักเดินทางจะได้สัมผัสกับความสงบ หลีกพ้นจากความจอแจวุ่นวาย และยังเพลินตาเพลินใจไปกับบรรยากาศรอบ ๆ ที่อยู่ท่ามกลางหุบเขาโดยมีทะเลสาบลูกาโนเป็นไฮไลท์ที่สำคัญ จะว่าไปด้วยความที่เมืองลูกาโนมีพื้นที่ติดกับอิตาลีก็เลยทำให้เรายังได้สัมผัสกับกลิ่นไอแห่งอิตาเลียนสไตล์ได้อยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหารต่าง ๆ .. และอย่างที่ได้บอกไปที่พลาดไม่ได้ก็คือการใช้เวลาแบบชิว ๆ เดินเล่นริมทะเลสาบถ่ายภาพสวย ๆ ของเหล่าฝูงหงส์ที่อยู่ริมทะเลสาบ และอีกหนึ่งสิ่งที่ห้ามพลาดไม่ว่าฟ้าฝนจะเป็นอย่างไรก็ตามเพราะนี่คือจุดชมวิวที่จะทำให้เราเห็นตัวเมืองแบบเต็ม ๆ กับจุดชมวิวด้านบน Monte Bre ที่ตั้งอยู่บนภูเขา และแน่นอนว่าเราก็จะพบกับวิวสวย ๆ ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงที่มากัน..  แปะลิ๊งค์สำหรับบิ๊วท์ไว้สักหน่อยเผื่อใครอยากทราบอะไรมากขึ้นเกี่ยวกับที่นี่ https://www.luganoregion.com/en 






BRIENZ : จากที่แรกเรามาต่อกันที่ลำดับต่อไปกับความงดงามของ ทะเลสาบเบรียนซ์ แน่นอนเลยว่าจะต้องมาล่องเรือชมวิวกันสำหรับใครที่มาที่นี่ก็จะได้พบกับบรรยากาศแบบสบาย ๆ ของสองฝั่งซ้ายขวา ทั้งธรรมชาติที่อยู่ล้อมรอบสลับด้วยบ้านเรือนสวย ๆ ไม่มีอาคารสูงใหญ่ให้เกะกะสายตา เรียกว่าเหมาะกับการพักผ่อนเป็นที่สุดเพราะเป็นกิจกรรมที่สนุก และมีความสุขได้ทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแดดอ่อน ๆ การได้อยู่บนเรือแล้วนั่งโต้ลมนั้นก็ถือว่าวิเศษแล้ว แต่ยิ่งหากมีวิวสวย ๆ อยู่ข้าง ๆ ด้วยแล้วคำว่าความสุขอาจจะน้อยไปเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นที่นี่จึงเป็นอีกจุดที่เมื่อมาสวิตเซอร์แลนด์แล้วจะต้องมาเยือนให้ได้




HARDER KULM : จากทะเลสาบเราเปลี่ยนมาขึ้นที่สูง ๆ กับจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งนั่นคือ ยอดเขาฮาร์เดอร์คุล์ม ที่นี่คือสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอีกแห่งที่เดินทางมาสวิตเซอร์แลนด์.. ด้วยพื้นที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,322 เมตร ทำให้เราสามารถมองเห็นตัวเมือง Interlaken / มีวิวด้านขวาคือทะเลสาบ Thun และวิวด้านซ้ายเป็นทะเลสาบ Brienz สถานที่ก่อนหน้านี้ที่เราได้นำเสนอไป .. และยิ่งหากจังหวะดีอากาศดีเราก็จะยังได้เห็นยอดเขาอีก 3 ยอดด้วยกัน Eiger, Monch, Jungfrau .. นอกจากจะมีวิวสวย ๆ ที่เห็นจากด้านบนแล้วด้านบนนี้ก็ยังมีร้านอาหารสำหรับใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศไปพร้อมกับอาหารอร่อย ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งรสชาติของการชมวิวด้วยนะ




SPIEZ : เมืองสเปียซ เป็นอีกเมืองที่มีบรรยากาศดี และแน่นอนว่าโรแมนติค.. เป็นเมืองติดกับริมทะเลสาบทูน นอกจากนี้ที่ทำให้เมืองนี้มีชื่อเสียงก็คือเป็นชุมทางรถไฟจุดสำคัญ เพราะรถไฟหลายขบวนก็จะมาสลับเปลี่ยนขบวนกันที่เมืองนี้ .. ส่วนอีกความงาม และอีกมุมสวย ๆ ที่เราจะได้เห็นเมื่อมาเยือนเมืองสเปียซก็คือบรรยากาศของบริเวณท่าเรือที่มีเรือยอร์ชจอดเป็นภาพสวย ๆ ให้เราได้ไปยืนแอ๊คชั่นเก็บภาพสวย ๆ กัน .. 




MURREN : จุดหมายปลายทางต่อมาที่เราจะพาเพื่อน ๆ ไปสัมผัสความสวยงามก็คือที่ เมืองมูร์เริน เป็นเมืองที่มีพื้นที่พิกัดตั้งอยู่บนยอดเขา แค่บอกแค่นี้ก็จินตนาการกันได้แล้วว่าคงจะสวยงามมาก ๆ ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,650 เมตร ก็ยิ่งทำให้เห็นอะไรต่อมิอะไรด้านล่างได้มากขึ้น .. มูร์เรินเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บริเวณแถบหน้าผามีเบื้องล่างคือหุบเขา Lauterbrunnen (เลาเทอร์บรุนเนน) ซึ่งแน่นอนว่าความสวยงามก็จะผันเปลี่ยนไปตามช่วงเดือนของแต่ละฤดูกาลอย่างเช่นในฤดูหนาวที่มีหิมะสีขาวปกคลุมเราก็จะได้อยู่ท่ามกลางเทือกเขาหิมะที่รายล้อมราวอยู่ในดินแดนเทพนิยาย .. ใครที่มีโอกาสมาเราแนะนำว่าควรหาเวลานอนค้างที่นี่สักคืนแล้วตื่นมาสัมผัสบรรยากาศยามเช้า ไม่ว่าจะฤดูไหนก็คุ้มค่าในการที่จะใช้เวลามานอนค้างที่นี่แน่นอน






BLAUSEE : เดินทางกันมาเรื่อย ๆ ก็มาถึงสถานที่อันดับรองสุดท้ายที่เรามานำเสนอก็คือที่ ทะเลสาบเบลาเซ ความสวยแบบสุด ๆ ของทะเลสาบแห่งนี้เป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจากสีของผืนน้ำในทะเลสาบที่เป็นสีฟ้าเทอร์คอยซ์สะท้อนน้ำที่มีความใสแบบสุด ๆ ชนิดที่ว่าเห็นถึงเหล่าฝูงปลา ก้อนหิน ผืนดินที่อยู่ใต้น้ำกันเลย .. ทะเลสาบเบลาเซมีพื้นที่อยู่ในเขต Bernese Oberland ที่นี่นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักเดินทางให้ความสนใจกันมามากแล้วก็ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาเทราต์อีกด้วย .. ทะเลสาบเบลาเซนั้นเราสามารถเดินเล่นลัดเลาะไปตามทางเดินเล็ก ๆ เพื่อซึมซับดื่มด่ำเสพความสุขกับบรรยากาศของทะเลสาบ และความสวยงามของต้นไม้ใบหญ้าได้อยู่รอบ ๆ ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งฤดูที่ใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ก็แทบจะกลายเป็นสวรรค์บนดินไปโดยปริยาย...





ZERMATT : สิ้นสุดกับสถานที่สุดท้ายที่เราแนะนำกันในเมนูสาระน่ารู้บทนี้ เป็นที่แน่นอนว่าภาพของภูเขาหิมะนี่แหละคือสัญลักษณ์ภาพติดตา ภาพจำของแทบทุกคนก็ว่าได้เมื่อเอ่ยชื่อประเทศสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นมา.. ปลายทางนี้อยู่ที่เมืองเซอร์แมท โดยมียอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นเป็นพระเอกที่ใครต่อใครอยากมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง.. ก่อนอื่นเลยก็เริ่มต้นกันที่บริเวณตัวเมืองด้านล่างก่อนที่เราจะไปยังภูเขาด้านบน.. โดยบริเวณตัวเมืองนี้นักท่องเที่ยวนิยมมาค้างคืน และใช้เวลาเดินเล่นสัมผัสเก็บเกี่ยวบรรยากาศอันสุดแสนคลาสสิค และเป็นที่ปรารถนาของใครต่อใครหลายคน .. ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ รวมไปถึงร้านรวงต่าง ๆ บวกกับบ้านเรือนที่นี่แทบจะทั้งหมดนั้นถูกสร้างด้วยไม้ และนี่ก็คืออีกหนึ่งเอกลักษณ์ของหมู่บ้านแห่งนี้ ก็เดินเล่นกันให้พอใช้เวลาเก็บภาพไปเรื่อย ๆ ก่อนที่จะขึ้นไปยังยอดเขาต่อไป..



ชมวิวยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น : และแล้วก็มาถึง Dream Destination ของใครหลายคนกับการพาตัวเองขึ้นมาบนภูเขาหิมะ เพื่อยืนชมยอดเขา Matterhorn ยอดเขาที่เราคุ้นตากันดีที่สุดกับขนมช๊อกโกแลตยี่ห้อ Toblerone ที่เป็นโลโก้อยู่ข้างกล่อง.. กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวมาที่นี่นอกจากจะนั่งกระเช้าขึ้นมาชมวิวของยอดเขาแล้วก็จะเป็นการเล่นสกี .. แต่สำหรับใครที่เล่นไม่เป็นก็ไม่เป็นไร เพราะเอาจริง ๆ แค่การที่เราได้มายืนอยู่บนเทือกเขาหิมะแล้วมองออกไปเห็นภาพของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นที่โด่งดังระดับโลกแล้ว ก็เป็นช่วงเวลาดีดีที่คุ้มค่า และพร้อมเป็นพลังเป็นภาพจำอันสวยงามให้เราได้เก็บเกี่ยวเรื่องราวครั้งหนึ่งที่สวิตเซอร์แลนด์ไว้ในบันทึกได้อย่างสวยงามอีกหนึ่งสถานที่ .. แน่นอนว่าทั้งหมดที่กล่าวมาทางเรา Apollo Overseas Tour ได้ใส่สถานที่เหล่านี้ลงในโปรแกรมเดินทางของเราด้วย.. ซึ่งก็ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ เพราะที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น สำหรับใครที่อยากสัมผัส และอยากเดินทางไปกับเราก็สามารถติดต่อเรา Apollo Overseas Tour ได้เลย.. ไม่แน่ว่าการเดินทางครั้งต่อไปเราอาจจะได้รู้จักกัน และได้ร่วมเดินทางไปด้วยกันก็เป็นได้..